วันอังคาร, 17 พฤษภาคม 2565

ลุ้น เจ้าของใหม่เชลซี เต็งหนึ่งคือกลุ่มทุนอังกฤษ

23 มี.ค. 2022
58

อีกหนึ่งประเด็นที่นักข่าวอังกฤษติดตามอย่างไม่ลดละคือ “เจ้าของใหม่เชลซี”

วันนี้ภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้นแล้วนะครับ ว่าทิศทางของสโมสรเดินหน้าไปทางนั้น หลังจากเจ้าของเดิม “เสี่ยหมี” โรมัน อบราโมวิช โดนอายัดทรัพย์ ข้อหาเป็นหนึ่งใน “ท่อน้ำเลี้ยง” วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียทั้งทางอ้อมและโดยตรงในการรุกรานยูเครน

หลายคนบอกว่ารัฐบาลอังกฤษ “ปล้น” เชลซีจาก “เสี่ยหมี”

ผมไม่มีความเห็นเรื่องนี้ ไม่รู้สึกยินดีและยินร้ายกับการอายัดทรัพย์ หรือการคงอยู่ของ “เสี่ยหมี” แค่ติดตามประเด็นข่าวนีในฐานะคนข่าวกีฬาเท่านั้น มันคือเรื่องในพรมแดนการทำงานของผมเอง

เพียงแต่อดเป็นห่วงสโมสรเชลซี เสียมิได้

ทีมบอลจัดว่าเป็นสมบัติของชุมชนและแฟนเชลซี รวมทั้งเป็นทุนวัฒนธรรมคนอังกฤษที่พลอยโดนหางเลขจนปั่นป่วนไปหมดเวลานี้ หลายคนบอกว่าเกี่ยวอะไรกับ “เสี่ยหมี” ในความผูกพันทางกฏหมายย่อมเกี่ยวข้องสิครับ เพราะเสี่ยคือเจ้าของเชลซี

ดังนั้นถ้าเล่นงานส่วนหัวแล้ว ที่เหลือก็ต้องโดนจัดการด้วย ตามกฏหมาย

ลุ้นเจ้าของใหม่เชลซี! เต็งหนึ่งคือกลุ่มทุนอังกฤษ!

นี่ดีว่าคือธุรกิจ ฟุตบอล อาชีพ อันเป็นธุรกิจที่มีความโดดเด่นกว่าธุรกิจตัวอื่นๆ ทำให้ในสนามยังดำเนินการแข่งขันไปได้ตามสภาพที่เป็นอยู่

ความเป็นสโมสรเชลซียังคงอยู่ได้โดนอายัดไปด้วยแต่แง่กฏหมาย เมื่อดำเนินการตรงจุดนี้แล้วก็ต้องไล่จัดระเบียบให้หมด เราจึงเห็นมาตรการพิเศษจากรัฐบาล (Special License) ออกมาคุมเข้มเชลซี จนทำให้เครียดไปตามๆกันทั้งแฟนบอลและทีมโค้ช, นักเตะ

ปัญหานอกสนามทำอะไรเชลซีไม่ได้ ผลงานในสนามนับจากเสี่ยแกโดนอายัดทรัพย์คือ “ชนะ” ไม่มีผลกระทบ มีลุ้นสองแชมป์บอลถ้วยอีกต่างหาก

อย่างไรก็ตาม ดีที่สุดที่รัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องทั้งทีมบริหาร, พรีเมียร์ลีกและสมาคมฟุตบอลอังกฤษกำลังทำงานร่วมกันคือ “หาเจ้าของใหม่” ให้ได้โดยเร็วที่สุด

เวลานี้เหมือนเชลซีบาดเจ็บเลือดไหลออกไม่หยุด เงินจ่ายออกไปมากกว่ารับเข้ามามากกว่าช่วงปกติธรรมดา มันจึงมีความไม่แน่นอนเกิดขึ้นหากได้เจ้าของใหม่โดยเร็วที่สุด ทุกอย่างจะกลับมาสงบนิ่งเหมือนเดิม

วันนีสถานการณ์เข้ารูปเข้ารอยแล้วครับ มันอยู่ที่เรื่องของ “เอกสาร” และ “ข้อเสนอ”

มันมี “ขั้นตอน” ดำเนินงาน แต่ก็เป็นไปเป็น “กรณีพิเศษ” คือเร่งด่วนที่สุดเพื่อให้ได้เจ้าของใหม่

ลุ้นเจ้าของใหม่เชลซี! เต็งหนึ่งคือกลุ่มทุนอังกฤษ!

จากการคาดการณ์ของสื่อหลักหลายฉบับที่ผมอ่านจากอังกฤษ

ที่ทรงมาตรฐานทั้ง เดอะ ไทมส์,​บีบีซี, การ์​เดี้ยน, เดอะ เทเลกราฟ รวมทั้งสกายสปอร์ต

พอได้ความว่าเวลานี้ข้อเสนอจากนักลงทุนทั่วโลกถูกตีกรอบเอาไว้ให้เหลือ 3-4 รายที่มีศักยภาพทางการเงินและข้อเสนอที่เหมาะสมกับสโมสร

อยากให้อ่านให้ละเอียด เพื่อให้มองเห็นภาพทั้งหมดที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะตัวละครทุกคนที่เกี่ยวข้องนั้นเชื่อว่าใครที่ติดตามบอลมาตลอด 20 ปีหลังมานี้ “ย่อมเข้าใจ” และ “เห็นภาพ” กระบวนการเทก โอเวอร์ เชลซี ได้ดี

ทีมโบรห์ตัน-ลอร์ด โค

ลุ้นเจ้าของใหม่เชลซี! เต็งหนึ่งคือกลุ่มทุนอังกฤษ!

เชื่อว่าแฟนลิเวอร์พูลยุคก่อน เจอร์เก้น คลอปป์ น่าจะจำชื่อ มาร์ติน โบรห์ตัน ได้

นี่คืออดีตประธานบริหารสายการบินบริติช แอร์เวย์ส เขามารับงานเป็นประธานสโมสรลิเวอร์พูลช่วงที่ ทอม ฮิคส์และจอร์ช จิลเลตต์ ต้องการขายทีม ช่วงเม.ย. 2010ต้องการหาผู้ร่วมทุนและขายสโมสรออกไปช่วงนั้นหลังจากมีปัญหาเรื่องการเงิน ถึงขั้นไม่ชำระเงินกู้และดอกเบี้ยจากธนาคารหลวงแห่งสกอตแลนด์  Royal Bank of Scotland หรือ  RBS ที่ห้าโลโก้ ธนาคารนี้คล้ายๆห้างดังห้างหนึ่งในเมืองไทย

โบรห์ตัน ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของลิเวอร์พูลที่เกือบล้มละลายเพราะ ฮิคส์และจิลเลตต์ ปลิงมะกันสองตัวนี้ โบรห์ตัน สามารถทำให้สโมสรเข้าสู่กระบวนการในชั้นศาลเพื่อบีบให้สองคนนี้หมดอำนาจในสโมสร โดยเฉพาะประเด็นที่ ศาล สั่งให้ ธนาคารRBS ดำเนินการขายลิเวอร์พูลทอดตลาด นักลงทุนรายไหนมีเงิน 350 ล้านปอนด์ มาใช้หนี้ให้ทีมหงส์แดงก็ได้สิทธิ์นั้นไป

การเทกโอเวอร์ครั้งนั้นจึงได้ จอห์น เฮนรี จากเฟนเวย์ กรุ๊ป เข้ามาบริหารทีม ต.ค. 2010 จนถึงทุกวันนี้ “การเงินมั่นคง”….”การแชมป์ก็ยิ่งใหญ่” อีกครั้งในประวัติศาสตร์ของชาวหงส์แดง ทั้งแชมป์ลีกสูงสุดที่รอคอย, แชมป์ยุโรป, แชมป์สโมสรโลก ,ซุปเปอร์ คัพ จนถึง ลีก คัพ แถมปีนี้ลุ้น 4 แชมป์

โบรห์​ตัน…เหมือนอัศวินของชาวหงส์

เที่ยวนี้ เขาออกโรงอีกครั้งกับเชลซี

บริบทแตกต่างกันนะครับดูดีๆ เพราะ เชลซี ไม่ได้ล้มละลาย ไม่ได้มีปัญหาการเงิน แต่เป็นเพราะเจ้าของทีม “เสี่ยหมี” ดันเป็นส่วนหนึ่งในเกมการเมืองที่พอโดนอายัดทรัพย์ สโมสรก็พลอยโดนเล่นงานไปด้วย ส่วนหงส์แดงเที่ยวนี้สโมสรเกือบล้มละลาย ก่อน โบรห์ตัน จัดการได้ และ  FSG เข้ามารับหนี้เน่าๆที่ชื่อ ลิเวอร์พูล เอฟซี

กลุ่มทุนของโบรห์ตันนั้นจับมือกับ ลอร์ด เซบาสเตียน โค อดีตตำนานนักวิ่งระยะกลางทีมชาติอังกฤษเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก แต่ยิ่งใหญ่กว่านั้นคือ โอลิมปิกเกม ลอนดอน 2012 ลอร์ด โคคือประธานจัดโอลิมปิกเกมจนประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

นอกจากนี้ยังเป็นประธานบริหารสหพันธ์กรีฑานานาชาติ อีกต่างหาก

ลุ้นเจ้าของใหม่เชลซี! เต็งหนึ่งคือกลุ่มทุนอังกฤษ!

สองคนนี้ได้เงินสนับสนุนจากกลุ่ม ครีเอทิฟ อาร์ติสต์ เอเจนต์ซี บริษัทผู้ดูแลผลประโยชน์ศิลปิน รวมทั้งบริษัท เบส ที่ดูแลเรื่องฟุตบอลรวมทั้ง Evolution Media Capital อีกกลุ่มทุนหนึ่ง โดยคนหาผู้ร่วมทุนคือ ไมเคิล     เคลน ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินชั้นยอด นั่นเอง

ที่น่าสนใจอย่างยิ่งทั้ง โบรห์ตันและ ลอร์ด โค สองคน คือแฟนเชลซีตัวยงครับ

โดยเขาจะรับตำแหน่งประธานสโมสรเชลซี ตามเงื่อนไข ลอร์ด โค คือหนึ่งในคณะกรรมการบริหาร แน่นอนสองท่านนี้คือหน้าฉาก แต่หลังฉากคือกลุ่มการเงินทั้งหลายนี่แหละที่เป็นลักษณะ  consortium ร่วมกันลงทุนหลายหุ้นส่วน

ทั้งโบรห์ตันและ ลอร์ด โค มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับในสังคมอังกฤษ ประสบความสำเร็จกับหน้าที่การงาน แถมเป็นแฟนเชลซี มีนโยบายนำแฟนบอลมาร่วมบริหารด้วย นอกจากนั้น ลอร์ด โค ยังเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนพรรคอนุรักษ์นิยม เมื่อช่วงลอนดอนยื่นข้อเสนอเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก 2012 ลอร์ด โค ทำงานกับ นายกเทศมนตรีลอนดอน ยุคนั้น ที่มีชื่อว่า บอริส จอห์นสัน

วันนี้ จอห์นสัน เป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ผู้เซ็นคำสั่งอายัดทรัพย์ เสียหมี เจ้าของเชลซี เมื่อ ลอร์ด โค ขันอาสามาช่วยสโมสรที่เขารัก งานนี้เขาบอกว่า “เป็นต่อ” เจ้าอื่นๆละครับ เช่นเดียวกันกับสายสัมพันธ์กับผู้บริหารเชลซีอย่าง บรูส บัค ประธานสโมสรเชลซี ก็มีความสนิทสนมกับท่าน ลอร์ด โค

ลอร์ด โค เคยเป็นที่ปรึกษาเรื่องกลยุทธ์ให้ บรูส บัค อีกต่างหาก

ครอบครัว The Ricketts Family

ลุ้นเจ้าของใหม่เชลซี! เต็งหนึ่งคือกลุ่มทุนอังกฤษ!

บ้านริคเกตส์  เป็นเจ้าของทีมเบสบอล ชิคาโก คับส์ นำโดย โทมัส ริคเกตส์ จับมือกับ เคน กริฟฟิน ที่ถูกนิตยสารฟอร์บส์ จัดอันดับความร่ำรวยถึง 2,000 ล้านปอนด์ เขาคือผู้ก่อตั้งและซีอีโอ ของ ซิตาเดล แอสเสต แมเนจเม้นต์ แต่เป็นบริษัทเอกชน ไม่ใช่มหาชน

การที่พวกเขาได้นักลงทุนที่หาเงินกู้ยืมรับประกันความเสี่ยงได้เก่งอย่าง เคน กริฟฟิน น่าจะมีกองทุนทางเลือกที่มีความเสี่ยง (Hedge Fund)มาเป็นส่วนหนึ่งของการซื้อสโมสรครั้งนี้

บ้านริคเกตส์ เคยยื่นข้อเสนอซื้อเชลซีมาก่อนแล้วในปี 2018 เมื่อครั้งที่เสี่ยหมี โดนปฏิเสธวีซ่า จากรัฐบาลอังกฤษ แต่เสี่ยหมีไม่ขาย หนึ่งในเงื่อนไขที่พวกเขาแนบมากับการซื้อทีมคือ “ปรับปรุงสนาม” สแตมฟอร์ด บริดจ์ ตามแผนที่เสี่ยหมี เคยวางโปรเจกต์เอาไว้

สามกลุ่มทุน กลุ่มนี้มีชื่อว่า Boehly-Wyss-Goldstein

ลุ้นเจ้าของใหม่เชลซี! เต็งหนึ่งคือกลุ่มทุนอังกฤษ!

มาจากนักธุรกิจอเมริกันชื่อ ทอด โบห์ลี , นักธุรกิจสวิสเซอร์แลนด์ชื่อ ฮันส์ยอร์ก วีสส์ และนักธุรกิจอังกฤษชื่อ โจนาธาน โกลด์สไตน์ ซีอีโอ ของบริษัท เคน อินเตอร์เนชั่นแนล แต่เป็นแฟนทอตแน่มฮอตสเปอร์….

กลยุทธ์ของกลุ่มนี้ไปรวบรวมผู้มากประสบการณ์อย่าง ลอร์ด แดเนียล ฟิงเคลสไตน์ อดีตคอลัมนิสต์น.ส.พ. เดอะ ไทมส์ รวมทั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาฝั่งพรรคอนุรักษ์นิยมอีกด้วย (ปี2013) อีกคนบาร์บารา ชาโรน เจ้าแม่พีอาร์ ชื่อดังที่ทำงานกับวงการดนตรีระดับโลก เคยร่วมงานกับ มาดอนนา, รอด สจวร์ต และ Depeche Mode  วงดนตรีอังกฤษสไตล์ อิเลคโทรนิก รอค

โดยทั้งสองคนนี้ถือตั๋วปีเชลซี  ส่วนตัว บาร์บารา ถือตั๋วปีเชลซีตั้งแต่ปี 1981 โน่นเลย มาเป็นทีมงานร่วมลงทุนด้วย

กลุ่มนี้เคยยื่นข้อเสนอซื้อเชลซีมาแล้วเมื่อปี 2019 แต่ “เสียหมี” ไม่ขาย

นิค แคนดี้

ลุ้นเจ้าของใหม่เชลซี! เต็งหนึ่งคือกลุ่มทุนอังกฤษ!

ชื่อหวานพอๆกับหน้าตาของเขา นิค แคนดี  นักธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผู้ร่ำรวยเป็นแฟนเชลซีพันธ์ุแท้ คือหนึ่งในนักลงทุนที่ยื่นข้อเสนอ ในนาม Blue Football Consortium โดยเขามีทีมที่ปรึกษาเป็นตำนานกองหน้าเชลซีอย่าง จานลูกา วิอัลลี  ซึ่งปัจจุบันดูแล ติโฟซี บริษัทบริหารเกี่ยวกับงานฟุตบอลอีกด้วย กลุ่มนี้มีผู้ร่วมทุนจากเกาหลีใต้คือสถาบันการเงิน ฮานา ไฟแนเชียล กรุ๊ป และ C&P แคนดี บอกว่ากลุ่มของเขายื่นมากกว่า 2 พันล้านปอนด์ แน่นอน

ล่าสุดบีบีซี รายงานว่ามีข่าวลือ แคนดี เพิ่มทุนในข้อเสนอหลังได้รับเงินทุนจาก สถาบันการเงินเกาหลีใต้ C&P เพิ่ม ทาง คาตาลินา คิม ประธานบริหารของกลุ่มนี้ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีเองว่า “พอใจที่ได้ผู้ร่วมทุนเพิ่มขึ้นมาอีก” กลุ่มนี้มีบริษัทลูกทำธุรกิจธนาคาร, รปภ, ประกันภัย, เครดิต การ์ด, การบริหารทรัพย์สิน, อสังหาริมทรัพย์และระบบข้อมูล

กลุ่มทุน เซนตริคัส Centricus

ลุ้นเจ้าของใหม่เชลซี! เต็งหนึ่งคือกลุ่มทุนอังกฤษ!

กลุ่มนี้มีข่าวล่าสุดเลย เป็นกลุ่มทุนสหราชอาณาจักรที่มีผู้ร่วมทุนหลายรายเป็นแฟนเชลซีแบบ “ถือตั๋วปี” โดยสองหุ้นใหญ่ของกลุ่มคือ นีซาร์ อัล บาสซัม และ การ์ธ ริทชี คือผู้ยื่นข้อเสนอโดยมีผู้ร่วมทุนที่ชื่อ โจนาธาน ลูรี ผ.จ.ก กองทุน Hedge Fund (กองทุนทางเลือกที่มีความเสี่ยง) ของ เชย์น แคพิตอล และ บ๊อบ ฟินช์ จาก เทลิส แคพิตอล

ลูรี กับ ฟินช์ น่าสนใจในมุมของแฟนเชลซี

ลูรี ถือตั๋วฝั่งครอบครัวพร้อมลูกทั้งสีที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ส่วน ฟินช์ นั้นเคยเข้าชมเอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศปี 1970 ระหว่างเชลซีกับลีดส์  เขาและลูกชายทั้งสามคนถือตั๋วปีเชลซีมานานกว่า 25 ปี โดย ฟินช์ นั้นเป็นเจ้าของทีม เรย์น พาร์ค เวล เอฟซี (ทีมกึ่งอาชีพ-สมัครเล่นในลอนดอน)  รวมทั้งเคยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ทีม นอเชลันด์ ในเดนมาร์ก อีกด้วย

นี่คือ 4 ใน20 นักลงทุนที่ยื่นข้อเสนอเทก โอเวอร์ เชลซี  ผ่าน Raine Group (เสี่ยหมีจ้างไว้ตอนแรก) ที่ดูแลข้อเสนอ จากนั้น บรูส บัค ประธานสโมสร, มาเรียนา กรานอฟสกายา และยูจีน เทเนบอม สองผู้อำนวยการสโมสร ร่วมกันพิจารณา

มาเรียนา  กับ เทเนบอม นี่จะว่าไปก็ “เด็กนาย” ที่ “เสี่ยหมี” ไว้ใจที่สุดนะครับ

ลุ้นเจ้าของใหม่เชลซี! เต็งหนึ่งคือกลุ่มทุนอังกฤษ!

จากนั้น 20 นักลงทุนจะถูกตัดตัวคัดเลือกเหลือ 3-4ราย เพื่อยื่นเรื่องส่งต่อให้รัฐบาลอังกฤษและคณะทำงานจากกระทรวงการคลังพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ก่อนไฟเขียวให้ เทก โอเวอร์ ได้ โดยขั้นตอนสุดท้ายคือ ตรวจสอบธรรมาภิบาลเจ้าของทีมและผู้บริหารทีมทั้งหมด

กระบวนการนี้คาดว่าจะทำให้แล้วเสร็จในสิ้นเดือนนี้ แต่เชื่อว่าคงยากละครับ เวลามันกระชั้นไป

กระนั้นสิ่งที่จะเป็นประเด็นต่อมาคือ “วงเงิน” เทก โอเวอร์ ครั้งนี้จะสร้างประวัติศาสตร์ของทีมบอลระดับโลก เชลซี น่าจะเป็นทีมที่มีมูลค่าสูงสุดในเวลานี้ คาดว่าวงเงินจะถึง 3,000 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 135,000 ล้านบาท