วันจันทร์, 26 กันยายน 2565

5 ประเด็น! ลิเวอร์พูล เฉือน แมนฯ ซิตี้ 3-2 ลิ่วชิงฯ เอฟเอ คัพ

17 เม.ย. 2022
102

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ยังคงเดินหน้าลุ้นแชมป์รายการที่ 2 หลังเป็นฝ่ายเอาชนะ “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี้ 3-2 ในการแข่งขันฟุตบอล เอฟเอ คัพ รอบรองฯ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 16 เมษายน ที่ผ่านมา เราลองไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นในเกมนัดนี้กันบ้าง

1. หงส์แดง ออกสตาร์ทอย่างมั่นใจ

Ibrahima Konate

เกมที่ เวมบลีย์ เป็นฝ่าย ลิเวอร์พูล ที่ดูกระตือรือล้นและลำเลียงบอลสู่เขตอันตรายได้อย่างมั่นใจกว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างเห็นได้ชัด

แดนกลาง หงส์แดง ที่ เยอร์เก้น คล็อปป์ จับออกสตาร์ทอย่าง ติอาโก้ อัลคันทารา, ฟาบินโญ และ นาบี เกอิต้า สอดประสานทั้งเกมรับและรุกได้ลงตัวกว่า ฟิล โฟเด้น, แฟร์นันดินโญ และ แบร์นาร์โด้ ซิลวา

เกมยิ่งเข้าทาง เร้ดแมชีน ไปอีกเมื่อพวกเขาได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็วตั้งแต่นาทีที่ 9 จาก อิบราฮิมา โคนาเต้ ที่โหม่งลูกเตะมุมของ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ตุงตาข่าย ตามด้วยความผิดพลาดชนิดน่าเขกกระโหลกของ แซ็ค สเตฟเฟน นายด่านชาว อเมริกัน ที่ลงเฝ้าเสาแทน เอแดร์ซอน โดยถูก ซาดิโอ มาเน ไล่เข้าบีบพื้นที่แย่งบอลจากเท้าที่หน้าปากประตูตัวเองในนาทีที่ 17

ขณะที่ประตู 3-0 โดย มาเน ก่อนจบครึ่งแรกก็ดูจะทำให้เกมขาดนับตั้งแต่นั้น

2. ปัญหาบอลของ ซิตี้ ที่แดนบน

Jack Grealish

พลพรรค ซิตีเซนส์ มาแบบผิดฟอร์มราวกับเป็นคนละทีมจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เกมรุกของพวกเขาไม่ทำงาน การเคลื่อนที่ขาดๆ เกินๆ บอลส่วนใหญ่ไม่อาจจบที่แดนสุดท้ายได้และถึงแม้จะได้ง้างยิงแต่นั่นก็ไม่สามารถสร้างอันตรายใดๆ ให้กับ อลิสซอน เบ็คเกอร์ ได้

เกมที่ไร้ความต่อเนื่องในครึ่งแรกของพวกเขาส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจบรรดานักเตะอย่างเห็นได้ชัดเมื่อแข้งบางรายออกลูกนอกเกม ระบายอารมณ์ให้เห็นอยู่บ้างจากช็อตไม่เป็นใจและดูเหมือนว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะคัมแบ็คเมื่อแสดงท่าทีถอดใจตั้งแต่ก่อนจบครึ่งแรกอันนำมาสู่การเสียประตู 3-0

3. ซิตี้ กลับมาสู่เกมตั้งแต่เริ่มครึ่งหลังได้ 2 นาที

ให้หลังเพียงไม่กี่อึดใจหลังจากที่ทั้ง 2 ทีมออกจากห้องแต่งตัวลงสู่สนามในครึ่งหลัง ความผิดพลาดในการผ่านบอลที่แดนกลางของ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ซึ่งถูก แฟร์นันดินโญ ตัดได้ก่อนเลี้ยงจี้ย้อนศรฝากให้ กาเบรียล เชซุส ในกรอบเขตโทษ ตามด้วยถวายพานให้ แจ็ค กรีลิช ส่งบอลสู่ก้นตาข่ายเป็นประตูตีไข่แตกสำหรับ เรือใบสีฟ้า

นับเป็นการจุดไฟความหวังให้กับแฟนบอล ซิตี้ แต่น่าเสียดายที่พวกเขาไม่อาจรักษาโมเมนตัมของเกมให้คงอยู่หลังจากนั้นได้ และกว่าที่พวกเขาจะได้ประตูไล่มาเป็น 3-2 เกมก็ล่วงเลยมาถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บเสียแล้ว

4. คล็อปป์ ขึ้นแท่นสถิติ เฮดทูเฮด แซงหน้า เป๊ป

FBL-ENG-FACUP-LIVERPOOL-MAN CITY

ผลจากชัยชนะของ เยอร์เก้น คล็อปป์ เหนือ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ในเกมนี้ทำให้สถิติรวมในการพบกันทั้งหมดระหว่างทั้ง 2 ผู้จัดการทีม 24 ครั้ง

– เสมอ 5 ครั้ง
– คล็อปป์ ชนะ 10 ครั้ง
– เป๊ป ชนะ 9 ครั้ง

ส่งผลให้กุนซือ เฮฟวีเมทัล เป็นนายใหญ่เพียงรายเดียวในเส้นทางคุมทีมของ เป๊ป ที่เขามีสัดส่วนปราชัยมากกว่าที่เป็นฝ่ายชนะ

5. เส้นทางลุ้น 4 แชมป์ของ ลิเวอร์พูล

Jurgen Klopp

หลังจากที่ ลิเวอร์พูล คว่ำ เชลซี คว้าแชมป์ คาราบาว คัพ สำเร็จเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การผ่านเข้าไปรอในเกมนัดชิงชนะเลิศของศึก เอฟเอ คัพ ทำให้พวกเขายังคงอยู่ในเส้นทางลุ้น 4 แชมป์ในฤดูกาลนี้ และมีความเป็นไปได้ที่อาจจะเป็นการรีแมตช์กับ สิงห์บลู ในรอบชิงดำ เอฟเอ คัพ หากทีมของ โธมัส ทูเคิล ไม่ทำหมูหกกับ คริสตัล พาเลซ

ทั้งนี้ ไม่เคยมีทีมใดจาก พรีเมียร์ลีก ที่สามารถคว้า 4 ถ้วยแชมป์ระดับเมเจอร์ในฤดูกาลเดียวได้ มีเพียง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ทำได้ใกล้เคียงที่สุดกับเทรเบิลแชมป์ 1999

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
คมกว่าเยอะ! แมนยู ถล่ม ลิเวอร์พูล 4-0 แดงเดือดนัดประวัติศาสตร์ในไทย
ศึกแดงเดือด แมนยู พบ ลิเวอร์พูล ถ่ายทอดสดคืนนี้ 20.00 น.ห้ามพลาด
ลุ้นระทึก! เปิดเงื่อนไข ช้างศึก U19 ผ่านเข้าตัดเชือก อาเซียน
บาร์ซา เหงื่อตก บาเยิร์น ยืนกรานปักป้าย เลวานดอฟสกี้ 43 ล้านปอนด์ จ่ายสดงดผ่อน!
ฉาวโฉ่! แข้ง พรีเมียร์ลีก ถูกควบคุมตัว ในฐานะผู้ต้องสงสัย คดีข่มขืน
ไม่ทนก้นด้าน! เจ้าป่าประกาศยืม “เฮนเดอร์สัน” จากหลุมผีเฝ้าเสา 1 ฤดูกาล