วันพุธ, 18 พฤษภาคม 2565

5 ประเด็น! ลิเวอร์พูล เฉือน แมนฯ ซิตี้ 3-2 ลิ่วชิงฯ เอฟเอ คัพ

17 เม.ย. 2022
32

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ยังคงเดินหน้าลุ้นแชมป์รายการที่ 2 หลังเป็นฝ่ายเอาชนะ “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี้ 3-2 ในการแข่งขันฟุตบอล เอฟเอ คัพ รอบรองฯ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 16 เมษายน ที่ผ่านมา เราลองไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นในเกมนัดนี้กันบ้าง

1. หงส์แดง ออกสตาร์ทอย่างมั่นใจ

Ibrahima Konate

เกมที่ เวมบลีย์ เป็นฝ่าย ลิเวอร์พูล ที่ดูกระตือรือล้นและลำเลียงบอลสู่เขตอันตรายได้อย่างมั่นใจกว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างเห็นได้ชัด

แดนกลาง หงส์แดง ที่ เยอร์เก้น คล็อปป์ จับออกสตาร์ทอย่าง ติอาโก้ อัลคันทารา, ฟาบินโญ และ นาบี เกอิต้า สอดประสานทั้งเกมรับและรุกได้ลงตัวกว่า ฟิล โฟเด้น, แฟร์นันดินโญ และ แบร์นาร์โด้ ซิลวา

เกมยิ่งเข้าทาง เร้ดแมชีน ไปอีกเมื่อพวกเขาได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็วตั้งแต่นาทีที่ 9 จาก อิบราฮิมา โคนาเต้ ที่โหม่งลูกเตะมุมของ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ตุงตาข่าย ตามด้วยความผิดพลาดชนิดน่าเขกกระโหลกของ แซ็ค สเตฟเฟน นายด่านชาว อเมริกัน ที่ลงเฝ้าเสาแทน เอแดร์ซอน โดยถูก ซาดิโอ มาเน ไล่เข้าบีบพื้นที่แย่งบอลจากเท้าที่หน้าปากประตูตัวเองในนาทีที่ 17

ขณะที่ประตู 3-0 โดย มาเน ก่อนจบครึ่งแรกก็ดูจะทำให้เกมขาดนับตั้งแต่นั้น

2. ปัญหาบอลของ ซิตี้ ที่แดนบน

Jack Grealish

พลพรรค ซิตีเซนส์ มาแบบผิดฟอร์มราวกับเป็นคนละทีมจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เกมรุกของพวกเขาไม่ทำงาน การเคลื่อนที่ขาดๆ เกินๆ บอลส่วนใหญ่ไม่อาจจบที่แดนสุดท้ายได้และถึงแม้จะได้ง้างยิงแต่นั่นก็ไม่สามารถสร้างอันตรายใดๆ ให้กับ อลิสซอน เบ็คเกอร์ ได้

เกมที่ไร้ความต่อเนื่องในครึ่งแรกของพวกเขาส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจบรรดานักเตะอย่างเห็นได้ชัดเมื่อแข้งบางรายออกลูกนอกเกม ระบายอารมณ์ให้เห็นอยู่บ้างจากช็อตไม่เป็นใจและดูเหมือนว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะคัมแบ็คเมื่อแสดงท่าทีถอดใจตั้งแต่ก่อนจบครึ่งแรกอันนำมาสู่การเสียประตู 3-0

3. ซิตี้ กลับมาสู่เกมตั้งแต่เริ่มครึ่งหลังได้ 2 นาที

ให้หลังเพียงไม่กี่อึดใจหลังจากที่ทั้ง 2 ทีมออกจากห้องแต่งตัวลงสู่สนามในครึ่งหลัง ความผิดพลาดในการผ่านบอลที่แดนกลางของ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ซึ่งถูก แฟร์นันดินโญ ตัดได้ก่อนเลี้ยงจี้ย้อนศรฝากให้ กาเบรียล เชซุส ในกรอบเขตโทษ ตามด้วยถวายพานให้ แจ็ค กรีลิช ส่งบอลสู่ก้นตาข่ายเป็นประตูตีไข่แตกสำหรับ เรือใบสีฟ้า

นับเป็นการจุดไฟความหวังให้กับแฟนบอล ซิตี้ แต่น่าเสียดายที่พวกเขาไม่อาจรักษาโมเมนตัมของเกมให้คงอยู่หลังจากนั้นได้ และกว่าที่พวกเขาจะได้ประตูไล่มาเป็น 3-2 เกมก็ล่วงเลยมาถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บเสียแล้ว

4. คล็อปป์ ขึ้นแท่นสถิติ เฮดทูเฮด แซงหน้า เป๊ป

FBL-ENG-FACUP-LIVERPOOL-MAN CITY

ผลจากชัยชนะของ เยอร์เก้น คล็อปป์ เหนือ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ในเกมนี้ทำให้สถิติรวมในการพบกันทั้งหมดระหว่างทั้ง 2 ผู้จัดการทีม 24 ครั้ง

– เสมอ 5 ครั้ง
– คล็อปป์ ชนะ 10 ครั้ง
– เป๊ป ชนะ 9 ครั้ง

ส่งผลให้กุนซือ เฮฟวีเมทัล เป็นนายใหญ่เพียงรายเดียวในเส้นทางคุมทีมของ เป๊ป ที่เขามีสัดส่วนปราชัยมากกว่าที่เป็นฝ่ายชนะ

5. เส้นทางลุ้น 4 แชมป์ของ ลิเวอร์พูล

Jurgen Klopp

หลังจากที่ ลิเวอร์พูล คว่ำ เชลซี คว้าแชมป์ คาราบาว คัพ สำเร็จเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การผ่านเข้าไปรอในเกมนัดชิงชนะเลิศของศึก เอฟเอ คัพ ทำให้พวกเขายังคงอยู่ในเส้นทางลุ้น 4 แชมป์ในฤดูกาลนี้ และมีความเป็นไปได้ที่อาจจะเป็นการรีแมตช์กับ สิงห์บลู ในรอบชิงดำ เอฟเอ คัพ หากทีมของ โธมัส ทูเคิล ไม่ทำหมูหกกับ คริสตัล พาเลซ

ทั้งนี้ ไม่เคยมีทีมใดจาก พรีเมียร์ลีก ที่สามารถคว้า 4 ถ้วยแชมป์ระดับเมเจอร์ในฤดูกาลเดียวได้ มีเพียง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ทำได้ใกล้เคียงที่สุดกับเทรเบิลแชมป์ 1999