วันอาทิตย์, 25 กันยายน 2565

เชลซี VS ลิเวอร์พูล 5-6 : หงส์ ดวลจุดโทษดับ สิงห์บลูส์ ผงาด แชมป์ เอฟเอ คัพ (คลิปไฮไลท์)

ฟุตบอล เอฟเอ คัพ 2021/22 รอบชิงชนะเลิศ ที่สนามเวมบลีย์ สเตเดี้ยม เมื่อวันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคม 2565 เป็นการเจอกันระหว่าง “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ดวลกับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล


เริ่มครึ่งแรก นาทีที่ 9 ลิเวอร์พูล เกือบนำเร็ว จากจังหวะที่ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ จ่ายบอลทะลุช่องจากกลางสนามให้ หลุยส์ ดิอาซ หลุดเดี่ยวเข้าไปถึงเขตโทษด้านซ้าย ทว่าเจ้าตัวดันยิงไปติดตัว เมนดี้ ก่อนที่แนวรับเชลซี จะเคลียร์บอลทิ้งออกไป

นาทที่ 21 หงส์แดง มาได้ลุ้นอีกครั้ง จากจังหวะที่ โรเบิร์ตสัน ได้บอลบริเวณกลางสนาม ก่อนลากขึ้นจี้เข้าหาเขตโทษ ก่อนจะซัดเน้นๆ ทว่าบอลก็เหินข้ามคานออกไปอีก

นาทีที่ 23 เชลซี เกือบขึ้นนำ จากจังหวะที่ เมสัน เมาท์ ได้บอลทางขวาของกรอบเขตโทษ ก่อนจ่ายยัดเข้ากลางให้ คริสเตียน พูลิซิช โฉบเข้ามาแป ลูกก็ยังพุ่งเฉี่ยวเสาออกหลังนิดเดียวเท่านั้น

นาทีที่ 28 สิงห์บลูส์ มาได้ลุ้นอีกแล้ว จากจังหวะที่ พูลิซิช ได้บอลกลางสนาม ก่อนลากจี้เข้าหาเขตโทษ แล้วจะจ่ายทะลุช่องออกทางซ้ายให้ อลอนโซ่ หลุดเข้าไปซัด ทว่า อลิสซง ก็ออกมาบล็อกลูกยิงได้ในจังหวะสุดท้ายได้แบบหวุดหวิด

นาทีที่ 45 หงส์แดง มาได้ลุ้น จากจังหวะที่ โรเบิร์ตสัน ได้บอลทางซ้ายของเขตโทษ แล้วเปิดเข้าไปหน้าประตู ดิโอโก้ โชต้า โฉบเข้ามาดีดลูจ่อๆ ทว่าก็ยังข้ามคานออกไปอีก

นาทีที่ 46 เชลซี มาได้ลุ้นบาง จากจังหวะที่ จอร์จินโญ่ พลิกบอลหน้าเขตโทษ ก่อนจะแทงทะช่องให้ ลูกากู หลุดเข้าไปยิงตามน้ำ แต่ลูกก็เหินข้ามคาน อย่างน่าเสียดาย

หมดครึ่งแรก เชลซี ยังเสมอกับ ลิเวอร์พูล 0-0

กลับมาเตะกันต่อครึ่งหลัง เพียงแค่ 2 นาที เชลซี เกือบขึ้นนำ จากจังหวะที่ ลูกากู ได้บอลหน้าเขตโทษ แล้วพิงกองหลังลิเวอร์พูล ก่อนจ่ายให้ พูลิซิช หลุดเข้าไปยิงเน้นๆ ทว่าก็ยังไปติดเซฟของ อลิสซง

ถัดมานาทีเดียว เชลซี ได้ลุ้นอีกแล้ว เมื่อมาได้ฟรีคิกทางซ้ายเขตโทษ อลอนโซ่ ปั่นโค้งด้วยซ้ายบอลฮุคไปชนคานกระเด้งออกมาอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 52 หงส์แดง มาได้ลุ้น จากจังหวะที่ ดิอาซ ได้บอลหน้าเขตโทษ ก่อนพลิกตัวพาลูกเข้ากลาง แล้วกดเรียด บอลพุ่งเฉี่ยวเสาออกหลังนิดเดียวเท่านั้น

หงส์แดง มาได้ลุ้นอีกแล้ว ในนาทีที่ 60 จากจังหวะที่ เกอิต้า ได้บอลตรงกลาง ก่อนจ่ายทะลุช่องเข้าเขตโทษด้านขวาให้ โชต้า ได้ยิงเน้นๆ แต่บอลก็พุ่งเฉี่ยวเสาไกลออกหลังอีกครั้ง

นาทีที่ 69 ลิเวอร์พูล พาบอลบุกขึ้นมาแล้วได้จบสกอร์อีกแล้ว จากจังหวะที่ ดิอาซ ได้บอลทางซ้ายเขตโทษ ก่อนดึงลูกเข้ากลางแล้วปั่นด้วยขวา บอลโค้งข้ามคานออกหลังไปแบบน่าเสียดาย

นาทีที่ 83 หงส์แดง ชวดได้ประตูอีกแล้ว จากจังหวะที่ มาเน่ ได้บอลหน้าเขตโทษ ก่อนไหลออกทางขวาให้ ดิอาซ หลุดเข้าไปยิงยัดเสาแรก ทว่าลูกก็ไปชนเสานอกกระเด้งออกหลังไปอีก

ถัดมานาทีเดียว ลิเวอร์พูล ส่งบอลไปชนเสาอีกแล้ว จากจังหวะที่ มิลเนอร์ ได้บอลทางขวา ก่อนเปิดเข้ามาในเขตโทษ โชต้า เข้าชาร์จ่อๆ ทว่าก็ไปชนเสากระเด้งออกมาแบบไม่น่าเชื่อ

ครบ 90 นาที ทั้งสองทีมยังเสมอกัน 0-0 ทำให้ต้องไปเตะกันต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษ

ช่วงต่อเวลาพิเศษครึ่งแรก ทั้งสองทีมยังครองเกมกันได้ค่อนข้างสูสี ทว่าก็ยังไม่มีจังหวะจบสกอร์แบบจะแจ้งกันเลยสักครั้ง

กลับมาเตะกันต่อ ช่วงต่อเวลาพิเศษครึ่งหลัง ทั้งสองทีมก็ยังไม่มีจังหวะจบสกอร์กันเพิ่มเลย ยังเสมอกัน 0-0 ทำให้ต้องมาตัดสินหาแชมป์ด้วยการดวลลูกจุดโทษ

และในช่วงดวลลูกจุดโทษ เป็น เชลซี ที่ได้ยิงก่อน และ ลิเวอร์พูล ยิงตามหลัง มีผลดังนี้

  • คนที่ 1 : มาร์กอส อลอนโซ่ ยิงเข้า / เจมส์ มิลเนอร์ ยิงเข้า
  • คนที่ 2 : เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ยิงไม่เข้า / ติอาโก้ อัลคานตาร่า ยิงเข้า
  • คนที่ 3 : รีซ เจมส์ ยิงเข้า / โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ยิงเข้า
  • คนที่ 4 : รอสส์ บาร์คลี่ย์ ยิงเข้า / เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ยิงเข้า
  • คนที่ 5 : จอร์จินโญ่ ยิงเข้า / ซาดิโอ มาเน่ ยิงไม่เข้า
  • คนที่ 6 : ฮาคิม ซีเย็ค ยิงเข้า / ดิโอโก้ โชต้า ยิงเข้า
  • คนที่ 7 : เมสัน เมาท์ ยิงไม่เข้า / คอสตาส ซิมิกาส ยิงเข้า

จบเกม ลิเวอร์พูล ดวลจุดโทษเอาชนะ เชลซี 6-5 หลังทั้งสองทีมเสมอกันใน 120 นาที 0-0 ทำให้ “หงส์แดง” ผงาดคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ และเป็นการได้แชมป์ที่ 2 ของฤดูกาลนี้ไปแล้ว ส่วน “สิงห์บลูส์” ต้องอกหักในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วยอีกครั้งในฤดูกาลนี้

รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงที่ลงสนาม

เชลซี : เอดูอาร์ เมนดี้ (GK), เทรฟโวห์ ชาโลบาห์, ติอาโก้ ซิลวา, อันโตนิโอ รูดิเกอร์, รีซ เจมส์, มาเตโอ โควาซิช, จอร์จินโญ่, มาร์กอส อลอนโซ่, เมสัน เมาท์, คริสเตียน พูลิซิช, โรเมลู ลูกากู

ลิเวอร์พูล : อลิสซง เบ็คเกอร์ (GK), เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, อิบราฮิมา โกนาเต้, เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, นาบี เกอิต้า, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ติอาโก้ อัลคานตาร่า, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่, หลุยส์ ดิอาซ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
คมกว่าเยอะ! แมนยู ถล่ม ลิเวอร์พูล 4-0 แดงเดือดนัดประวัติศาสตร์ในไทย
ศึกแดงเดือด แมนยู พบ ลิเวอร์พูล ถ่ายทอดสดคืนนี้ 20.00 น.ห้ามพลาด
ลุ้นระทึก! เปิดเงื่อนไข ช้างศึก U19 ผ่านเข้าตัดเชือก อาเซียน
บาร์ซา เหงื่อตก บาเยิร์น ยืนกรานปักป้าย เลวานดอฟสกี้ 43 ล้านปอนด์ จ่ายสดงดผ่อน!
ฉาวโฉ่! แข้ง พรีเมียร์ลีก ถูกควบคุมตัว ในฐานะผู้ต้องสงสัย คดีข่มขืน
ไม่ทนก้นด้าน! เจ้าป่าประกาศยืม “เฮนเดอร์สัน” จากหลุมผีเฝ้าเสา 1 ฤดูกาล